tokyo tokyo continues

หลังจากที่เคยเกาะเพื่อนไปเที่ยวเวียดนามแบบเป็นตัวแถม (ให้จำนวนคนลงเลขคู่) และไม่ได้เตรียมหาข้อมูลอะไรติดหัวไปเลยแม้แต่น้อย ฉันก็ได้เรียนรู้ว่าก่อนการเดินทาง แต่ละครั้ง (ช่วง pre-production) เราควรหาข้อมูลเป็นเสบียงติดไปด้วย จะมากจะน้อยก็ควรมี จากไหนก็ได้…หนังสือ เอกสารแจก เว็บไซต์ หรือประสบการณ์ของคนอื่น เพื่อเอามาออกแบบการเดินทางของตัวเอง ทำแบบนี้แล้วจะรู้สึกสนุกตั้งแต่ก่อนไปเลยล่ะ (บางคนอาจจะบอกว่ารู้มากเกินไปก็เที่ยวไม่สนุก อันนี้ก็แล้วแต่สไตล์ใครสไตล์มัน)
หนแรกที่ไปญี่ปุ่น (โดยไม่มีใครให้เกาะแล้ว) จำได้ว่าข้อมูลที่โกยมาจากที่ต่าง ๆ จะหนักไปทาง How to ซะเป็นส่วนใหญ่ ขอวีซ่ายังไง กรอกใบเข้าเมืองยังไง จองที่พักยังไง กินข้าวที่ไหน วิธีการขึ้นรถไฟทำยังไง ขึ้นรถเมล์ทำยังไง ฯลฯ Guide Book ก็ถึงกับยืม Lonely Planet ของเพื่อนมานั่งเปิดเลยทีเดียว (แต่ปรากฏว่า ข้อมูลของเมืองที่จะไป คือ Hirosaki มีข้อมูลอยู่ในนั้นเพียงน้อยนิด 555)
แต่ครั้งที่สองที่ได้ไป ไม่ต้องเน้นเรื่องการเอาตัวรอดแล้ว เลยมีเวลาเก็บข้อมูลในเรื่องที่แปลกออกไปจากเดิม อย่างเช่น ร้านเครื่องเขียนร้านไหนที่น่าไป ห้างไหนมีขนมอร่อย ไปดูซากุระที่ไหนไม่เสียค่าเข้า หรือเมืองที่จะไปมี Muji อยู่ที่ไหนบ้าง ฯลฯ ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่ในช่วงเก็บข้อมูลก่อนเดินทางฉันและเพื่อน (ซึ่งเรียกตัวเองว่าลูกทัวร์ no.2) เลือกหยิบหนังสือเล่มเดียวกันมาอ่าน และหนังสือเล่มนี้ได้ส่งผลกับโปรแกรมเที่ยวโตเกียวของพวกเราพอสมควร
หนังสือเล่มนั้นชื่อ tokyo tokyo continues ผู้เขียนคือ anchalee (อัญชลี ศรีไพศาล)

tokyo con con

หนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือเที่ยวโตเกียวแบบอัลเทอร์เนทีฟก็ว่าได้ เพราะว่าผู้เขียนเขียนด้วยประสบการณ์ของตัวเองที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นแล้วซอกแซกไปเจออะไร ๆ ที่น่าสนใจ ก็นำมาเล่าให้ฟัง เรียกว่าเจาะลึกในมุมที่ไกด์บุ๊คทั่วไปอาจจะล้วงลงไปไม่ถึง

ที่บอกว่าหนังสือเล่มนี้มีผลกับโปรแกรมเที่ยวโตเกียวของฉันกับเพื่อน ๆ ด้วยเพราะฉันเตรียมจดลิสต์สถานที่น่าสนใจ และซีร็อกซ์แผนที่ติดกระเป๋าไปด้วยหลายแห่งเลย ในขณะที่ลูกทัวร์ no.2 แบกหนังสือเล่มนี้ติดกระเป๋าไปด้วย (ไม่ได้นัดกันก่อน 555) ซึ่งในเวลาต่อมา หนังสือเล่มนี้กลายเป็นใบเบิกทางที่มีประโยชน์มากทีเดียว
 

เป็นว่า มีหลายที่ที่เราได้ไปตามที่หนังสือเล่มนี้แนะนำ (มีทั้งไปถึงและไปไม่ถึง) แต่มีที่ประทับใจมาก ๆ อยู่  2 ร้าน คือ Freiheit กับ Cow Books
Freiheit เป็นร้านเครื่องเขียน ในหนังสือบอกว่าเป็นร้านที่ราคากันเอง อยู่ตรงฮาราจูกุ ทีแรกนึกว่าร้านอยู่ริมถนน (ฝั่งตรงข้ามตรงที่เคยมี Book-off สาขาใหญ่ที่สุด ซึ่งตอนต้นปีนี้ที่ผ่านไปแถวนั้น ร้านหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้???) เดินวนไปวนมาหลายรอบ จนเริ่มท้อ ถึงมองเห็นป้ายน่ารัก ๆ ชี้เข้าไปข้างในตรอกเล็ก ๆ

frei1 frei2

แต่พอเดินเข้าตรอกไปแล้วก็ยังหาร้านไม่เจออยู่ดี เดือดร้อนพนักงานร้านเสื้อผู้ชายสไตล์ Metrosexual ตรงนั้น (เป็นหนุ่มญี่ปุ่นท่าทาง metro มั่กมาก 2 นาย) ต้องพาไปส่งถึงทางขึ้นร้าน…ซึ่งอยู่ชั้นบนร้านเสื้ออีกที (ก็หาบันไดไม่เจอนี่นา แหะแหะ)

frei3

กลับมาเปิดหนังสือดูที่บ้านอีกที พี่คนเขียนเค้าบอกไว้ว่า “ความสนุกเริ่มต้นจากการตามลายแทงที่ซ่อนที่ค่อนข้างอยู่ในซอกหลืบให้ได้ก่อน แล้วค่อย ๆ บรรจงเปิดประตูร้านเข้าไปพบห้องลับสต๊อคคลังสมบัติเครื่องเขียนไว้แน่นเอี้ยด…” มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ด้วย
ร้าน Freiheit เป็นร้านเล็กกว่าที่คิด ชนิดที่พวกเราไม่ค่อยกล้าเดินสวนกันในร้าน เพราะกลัวจะไปชนของหล่น ของก็เก๋ไก๋มีสไตล์ดังว่า บางชิ้นถูกจริง ๆ แต่บางชิ้นก็…สมราคาเค้าแหละ ก่อนกลับ เปิด tokyo tokyo continues หน้าที่แนะนำร้านให้พี่คนขายดู พี่แกงงใหญ่ ว่านี่ไกด์บุ๊คภาษาอะไร (ทั้ง ๆ ที่แกหน้าไทยมาก ๆ จนเราแอบสงสัยกันว่า “คนไทยรึป่าวววววว”) ถึงพี่แกจะงง แต่คงดีใจมิใช่น้อย เลยยอมให้พวกเราถ่ายรูปในร้านได้ด้วย…ไม่รู้จะถ่ายมาทำไม เพราะรูปของร้านที่ใส่ไว้ในเว็บเค้าเองก็ถ่ายสวยอยู่แล้ว

frei4 frei5

Cow Books
ส่วน Cow Books เป็นร้านหนังสือ…เก่า ที่ในหนังสือบอกว่ามีสาขานึงอยู่ตรง Minami Aoyama ซึ่งเราเลือกจะเดินไปจากฮาราจูกุ ในหนังสือบอกว่าร้านปิด 3 ทุ่ม ซึ่งกว่าเราจะหาร้านเจอก็เกือบไปไม่ทันเหมือนกัน (ก่อนหน้านั้นต้องเดือนร้อนคนญี่ปุ่นใจดี (ท่าทางไฮโซสมกับย่าน) ประมาณ 3 กลุ่มด้วยกัน ถึงจะหาทางไปร้านเจอ เฮ้อ! ปาดเหงื่อกันเป็นแถบ ๆ)

cow2 cow1

ที่เราไปร้านนี้กันก็เพราะเป็นความฝันของลูกทัวร์ no.2 ซึ่งคลั่งไคล้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดนี้เป็นพิเศษ…หวังว่า she จะเขียนถึง Cow Books เร็ว ๆ นี้นะ
ที่ร้านนี้พวกเราก็ไม่พลาดที่จะอวดไกด์บุ๊คให้เค้าชม ซึ่งลูกทัวร์ no.2 ก็ได้ตราประทับรูปวัวตัวเล็กแถมมาจากรูปวัวตัวใหญ่อีกตัวนึงด้วยล่ะ
 
ตอนก่อนเข้าไปในร้านหนังสือแอบเห็นร้านเบเกอรี่อยู่ฝั่งตรงข้ามร้านด้วย แต่ตอนออกมาปิดไปซะแล้ว ยิ่งไปเปิดเจอในหนังสือเขียนบรรยายสรรพคุณไว้ว่า “Qui’l fait bon เจ้าแห่งทาร์ตผลไม้ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม” ก็ยิ่งเสียดายนะเนี่ย

cow3

(ถึงจะไม่เห็นป้ายชื่อร้าน แต่คิดว่าใช่)

รูปในร้าน (ขโมยมาจาก blog ของ ลูกทัวร์ no.1
Link : http://www.cowbooks.jp
    
อยากบอกพี่คนเขียน (เรียกพี่ไว้ก่อน ยิ้ม) ตรงนี้ว่า ไปเที่ยวตามหนังสือพี่แล้วสนุกดีนะ ตอนแรกชอบมากที่มีแผนที่ให้เยอะดี แต่แผนที่ในหนังสือทำพวกเราหลงทางไปหลายรอบแน่ะ (555) ตั้งแต่ย่านรปปิงหงิ (ถึงกับเอาหนังสือไปเทียบกับแผนที่อันใหญ่ เพราะหาทางไป Tsutaya ไม่เจอ) ฮาราจูกุ ไปจนถึง อาโอยามะเลย อ้อ! แอบสงสัยในใจอีกข้อด้วยว่าทำไมในหนังสือของพี่ ทุกการเดินทางจะต้องเริ่มต้นที่สถานีชินจูกุด้วยนะ???

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s